Diary

จะเหนื่อยไปไหน

posted on 04 May 2012 09:57 by surat95 in Diary
เปิดเทอมเรียนแพทย์มาได้ 2 เดือนละ
 
เหมือนอยากได้ทุกอย่างกลับมา จากชีวิตที่หายไป
 
อยากได้ชีวิตมหาลัยที่หาไม่ได้ที่จุฬา
อยากได้ความรู้ที่ทำให้กระเสือกกระสนกลับมาเรียนตรีอีกรอบ
อยากเล่นกีฬาทุกวัน อยากเล่นหมากรุก อยากเล่นหมากล้อม
และที่สำคัญก็ยังอยากขึ้นห้องผ่าตัด อยากทำงาน
อยากได้เงินเหมือนเดิม
 
คนเราจะสามารถทำอะไรพร้อมๆกันได้กี่อย่างกันเชียว
 
ดูคนอื่นที่เรียนพอเลิกสี่ห้าโมง ก็ยังได้ไปพักผ่อนก่อนทำงานกลุ่ม
เสาร์ อาทิตย์ ก็ยังได้หยุดพัก
 
แต่ดูตัวเราเอง เลิกเรียน วิ่งไปทำคลินิก ขับรถไปทำงานในเมือง
กลับมาทำงานกลุ่มต่อ เสาร์-อาทิตย์ บินกลับไปทำงานกรุงเทพ
เช้าวันจันทร์ตื่นแต่ตีห้า นั่งเครื่องบินกลับมาให้ทันเรียน 8 โมง
 
เย็นวันไหนว่าง ก็ไปเตะบอล เล่นบาส ตีแบต
ชีวิตจะเหนื่อยไปไหน
 
ลองดูอีกสักพักแล้วกัน
นั่งเพลินๆคิดเรื่อยเปื่อย
 
คิดถึงวันที่ประกาศผล ENT เมื่อ 10 ปีที่แล้ว จะมีสักกี่คนที่เป็นอย่างเราในตอนนั้น
อยากเรียนวิศวะแทบขาดใจ เลือกวิศวะสามอันดับ 
1. วิศวะคอม จุฬา
2. ทันตแพทย์ จุฬา
3. วิศวะ เกษตร
4. วิศวะ ลาดกระบัง
 
นั่งดูผลสอบอยู่หน้าคอม เข้า web www.catcha.com ในตอนนั้น
สมัยนั้นยังเป็น internet 56k คนเข้าเยอะมาก web ล่มแล้วล่มอีก
เพื่อนโทรมาบอกว่าติด ทันตแพทย์ จุฬา ได้ยินแล้วใจหายวูบ............
 
ยังไม่ยอมเชื่อ นั่งหน้าคอมใส่รหัสประจำตัวสอบเข้าไปอีก คลิ๊ก..........
คุณสอบติดคณะ ทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
น้ำใสๆหยดลงที่แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ 
 
พ่อแม่ที่ยืนอยู่ข้างหลังคงทำอะไรไม่ถูก............
ลุกจากคอม เดินขึ้นห้องไปทันใด 
 
พอเริ่มทำใจได้ มาหารายละเอียดเกี่ยวกับคณะทันตแพทย์
พึ่งรู้ว่ามันเรียน 6 ปี ไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิตจริงๆ 
จะมีสักกี่คนที่เป็นอย่างเราในตอนนั้น มาถึงตอนนี้เวลาผ่านไปสิบปีแล้ว
ทันตแพทย์ก็เป็นแล้ว เรียนเฉพาะทางก็เรียนแล้ว 
แต่เมื่อนึกขึ้นมาทีไร ก็ยังเสียใจมิคลายสักที

3 ปี กลับมายังที่เดิม กับความทรงจำสีจาง

 

.

.

.

 

ออกจากที่นี้ ในวันที่เกือบจะมีทุกอย่างพร้อม....พร้อมกับความฝัน 

กลับมายืนที่เดิม ในวันที่แทบจะไม่เหลืออะไรสักอย่าง...พร้อมกับความฝัน....ที่ยังมองไม่เห็น

 

เหนื่อยเหลือเกิน.....เกินจะทน

เดินมาไกลเหลือเกิน....เกินจะกลับ

 

ผิดหวัง ก็ยังหวัง

ฝันไกล ก็ยังฝัน

 

ขอเดินต่ออีกนิด........แล้วจะกลับบ้าน.........แล้วจะเอาฝันไปฝาก

คุณลุงหูตึง

posted on 03 Nov 2009 18:43 by surat95 in Diary

มีเรื่องอยากเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง คนเราพออายุมากขึ้นทุกอย่างจะหย่อนหมด เหลือตึงอยู่อย่างเดียวคือ "หู" 

มีคุณลุงอายุสัก 70 ปีคนหนึ่ง เส้นประสาทหูเสื่อมมาที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจการได้ยิน หมอก็ทำการทดสอบการได้ยิน พบว่าเส้นประสาทเสื่อมตามอายุ จึงแนะนำให้คุณลุงใส่เครื่องช่วยฟัง หลังจากเจ้าหน้าที่ใส่เครื่องช่วยฟังให้คุณลุง ก็ถามคุณลุงว่า

"คุณลุงได้ยินชัดขึ้นไหม"

คุณลุงพยักหน้า

"ชอบไหมคุณลุง"

คุณลุงส่ายหัว "ได้ยินเสียง ฟู่ๆๆๆ"

ตอนนั้นผมยืนสังเกตการณ์อยู่ในห้อง ผมไม่เห็นได้ยินอะไรเลย คุณลุงได้ยินเสียงอะไร? เครื่องช่วยฟังมันไม่ค่อยดีหรือเปล่า

เจ้าหน้าที่พูดขึ้นมาว่า "เสียงแอร์นะ ลุง""คนเราพอหูตึงมานานๆ จะทำให้โลกเงียบ สิ่งที่คนทั่วไปได้ยินก็จะไม่ได้ยิน พอคุณลุงใส่เครื่องช่วยฟังก็เลยไม่ชิน" เจ้าหน้าที่พูดพลางเดินไปปิดแอร์ "ดีขึ้นไหมลุง"

จังหวะนั้น ผมเย็นซ่านขึ้นมาจากเท้า อธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ถูก เหมือนการบรรลุ"ซาโทริ"ของ"เซน"โดยฉับพลัน นานแค่ไหนแล้วที่เราเคยชินกับบางอย่าง และนานแค่ไหนแล้วที่เราลืมคุยกับตัวเราเอง

ช่วงนี้เป็นเทศกาลกินเจ แต่เห็นแล้วกลับรู้สึกหงุดหงิด ขัดลูกหูลูกตายังไงก็ไม่รู้ 

อาจจะเป็นเพราะรู้สึก "ตลก" ที่มีหลายคนมากินเจอย่าง "เคร่งครัด" ในช่วงนี้ เนื้อหมูนิดเดียวหรือนมเนยนิดเดียวก็ไม่ได้ 

ถ้าคิดว่าหรือรู้ว่าการกินเจนั้นได้บุญ ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ก็ควรจะทำมาตั้งนานแล้วไม่ใช่มาทำเอาช่วงเทศกาลมากมายเหลือเกินที่มากินเจเพราะเป็น "แฟชั่น" หรือ "การตลาด" เพียงหนึ่งช่วงเวลาในแต่ละปี คล้ายๆกับพวกงดเหล้าเข้าพรรษา

โดยส่วนตัวชื่นชมคนที่กินเจต่อเนื่อง เช่นทุกวันพฤหัสของสัปดาห์ อะไรแบบนี้มากกว่า ดูมีความตั้งใจ มีเหตุมีผล ถ้าถามว่าอาหารเจนั้นดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่ คงตอบว่าไม่จริงถ้าไม่เลือกกิน อาหารเจในปัจจุบันมากมายเหลือเกินที่ ทอดน้ำมัน จนอมน้ำมันมากเหลือเกิน

ถ้าถามว่ามาบ่นเพราะไม่ชอบกินเจหรือเปล่า มาบ่นเพราะหาร้านอาหารกินยากหรือเปล่า ตอบเลยว่าไม่ใช่ เพราะตัวเองนั้นกินได้ทุกอย่าง เผลอจะกินผักมากกว่าพวกที่มากินเจตามแฟชั่นหลายๆเท่าตัวนัก

ที่เขียนมา แค่รู้สึกว่าประเทศไทยชอบทำอะไรที่ "ไม่มีความหมาย" มากมายเหลือเกิน เช่น เคอิโงะ หมีแพนด้า เด็กชายหม่อง ส่วนอะไรๆที่สำคัญๆนั้นไม่รู้จักทำกัน

โรคผู้หญิง คิดได้ไง

posted on 04 Feb 2009 00:34 by surat95 in Diary

วันนี้เจอคนไข้มาถอนฟัน


"ลุงมีโรคประจำตัวไหม"
"เป็นโรคปอด หมอว่าเป็นวัณโรค"
"แล้วลุงกินยาอยู่ไหม"
"กินอยู่ กินมาได้สามสี่เดือนแล้ว"
"หมอว่าต้องกินอีกนานเท่าไหร่ละ"
"ไม่รู้เหมือนกัน"
"นอกจากวัณโรคแล้วลุงเป็นโรคอะไรอีกไหม"
ลุงพูดเสียงเบาลง "โรคผู้หญิง"


----------------------------------------------------------------------------
ลุงทำไมไม่โทษตัวเองที่ทำอะไรไม่รู้จักป้องกัน แต่กลับไปโทษผู้หญิง
เป็นไงละโรคผู้หญิงของลุง โรคที่ไม่มีทางรักษาหายได้
โชคดีแล้วกันลุง
เฮ้อ.............

เมื่อประมาณอาทิตย์ก่อนมีน้องคนหนึ่งโทรศัพท์มา "ขอสายพี่สุครับ"

"ครับ ใครครับ"

"ผม A(นามสมมุติ) รุ่นน้องพี่ครับ"

" A ไหน" แล้วก็เริ่มคิดได้ "อ๋อ A อืม.... จำได้แล้วมีอะไรล่ะ"

"พี่อยู่อุดรใช่ไหมครับ เป็นยังไงบ้างครับ น่าอยู่ไหมครับ"

"ก็ดีนะ ดีทุกอย่างน่ะ"

ผมก็เล่าว่าดีนะ เจริญดีมีห้าง มีโรงหนัง มีเครื่องบินโลคอสลง เจริญกว่าขอนแก่นอีก (คนขอนแก่นอย่าว่ากันเด้อ)

"ผมได้ข่าวว่าจังหวัดนี้มีปัญหาหรอครับ"

"ไม่มีนิ พี่ไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย"

น้อง A ก็พูดถึงเรื่องต่างๆที่คงจะได้ยินมาจากใครก็ไม่รู้ ผู้อำนวยการมีปัญหาไหมครับ ทันตาภิบาลมีปัญหาอะไรไหม กันดารมากไหมพี่ กินข้าวกับอะไรพี่ ผมกินเผ็ดสุดได้พริกเม็ดเดียวได้ข่าวว่าน้ำอาบไม่ค่อยสะอาดหรอพี่

"กินปลาร้าได้ไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ก็มีอาหารตามสั่งให้สั่งแหละ น้ำหรอก็เปรี้ยวบ้าง ขุ่นบ้าง แล้วแต่ว่าสารส้มเยอะหรือน้อย เอาน้ำกินมาแปรงฟันก็ได้" ผมตอบ แต่ในใจเริ่มคิดว่า "เป็นผู้ชายกลัวอะไรเยอะจัง ผู้หญิงยังไม่กลัวเยอะขนาดนี้เลย ว่าแต่ว่าจะอยู่กี่ปีละเนี่ยถามจังเลย"

บ้างครั้งคนเราก็แปลก ชอบกลัวอะไรไปเอง ชอบคิดสิ่งที่ไม่ดีไปก่อน

"อย่าไปตัดสินใครด้วยเพียงคำพูดของคนอื่น อย่าไปตัดสินว่าคนอื่นไม่ถูก แค่เขาคิดไม่เหมือนเรา"

ทันตแพทย์ก็แปลกชอบคิดว่าทันตาภิบาลจะมีปัญหา ทันตาภิบาลจะหัวแข็ง ถ้าเราพูดดีกับเค้า อย่ามองว่าเค้าเป็นวิชาชีพที่ด้อยกว่าเรา สื่อสารกันด้วยหัวใจ ผมว่าก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถามว่าทันตาภิบาลที่ถอนฟัน5 ปี กับทันตแพทย์ที่พึ่งจบใครถอนฟันเก่งกว่ากัน

โรงพยาบาลชุมชนให้ทันตแพทย์เป็นหัวหน้าฝ่าย แต่ถามว่าคนที่ทำให้ความต่อเนื่องของฝ่ายดำเนินต่อไปได้คือใคร ทันตแพทย์อยู่ปีสองปีก็ย้ายไปโรงพยาบาลที่ใหญ่ขึ้น ย้ายไปเรียนต่อ แล้วใครที่อยู่มองทันตแพทย์ที่เปลี่ยนไปรุ่นต่อรุ่น ใครที่คอยสอนงานทันตแพทย์มาใหม่ ใครที่สอนว่าระบบงานเป็นอย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง ถ้าไม่ใช่ทันตาภิบาลที่อยู่มาก่อน

หลักวิชาการก็ว่ากันตามหลักวิชาการ แต่ยังไงความเคารพผู้อาวุโสกว่าก็ต้องมี เราจะได้รับความนับถือจากคนอื่นก็ต่อเมื่อเราให้ความนับถือต่อคนอื่นก่อน

เครียดเด๊ะ! พวกชอบคิดว่าตัวเองสูงส่ง

ผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปีคนนี้คือคนไข้นัดในตอนบ่ายที่แสนจะเรื่อยๆเฉื่อยๆ

ในสมุดนัดเขียนไว้ว่า "ปิดฟัน Diastema 600 บาท" น้องทันตาภิบาลเป็นคนนัดไว้ให้

พอคนไข้มาถึงผมก็บอกว่าขอดูหน่อยสิ คนไข้ก็อ้าปากให้ดู เห็นฟันหน้าล่างคู่กลางห่างกันประมาณ2มิลลิเมตรดูเสร็จผมก็บอกคนไข้ว่า นิดเดียวเองจะปิดหรอ คนไข้ก็ยืนยันว่าจะปิด เลยยื่นกระจกให้บอกว่าคนไข้ยิ้มสิ เห็นไหมเนี่ยฟันหน้าล่างเนี่ย คนไข้ก็ยิ้มเขินๆ ในกระจกสะท้อนแต่ฟันหน้าบนไม่เห็นฟันหน้าล่างแม้แต่นิดเดียว

คนไข้ยังยืนยันจะอุดปิดช่องห่าง

600 บาทนะ ผมพูดซ้ำอีกที คนไข้บอกว่า "300 ไม่ได้หรอ อนามัยบอกว่า 300 บาท" ใจก็คิดว่าอนามัยว่า 300 บาทก็ไปอุดฟันที่อนามัยสิ ปากก็บอกออกไปว่า "ไม่ได้หรอกต้อง 600 บาทแล้วก็หมอคนที่ตรวจให้ก็บอกป้าไปแล้วไม่ใช่หรอว่า 600 บาท" คนไข้ยังต่อรองราคาต่อไป "หมอคนที่แล้วบอกว่า 400 บาท"

ผมยื่นคำขาด "600 บาท ในสมุดนัดก็เขียนว่า 600 บาท" คนไข้ยังคงไม่ละความพยายาม "แบ่งจ่ายได้ไหมหมอ"

"ไม่ได้เพราะว่าผมทำครั้งเดียว วันนี้เอาเงินมาไหม 600 บาท"

"อยากสวยยังต่อรองจังเลย" ผมคิดในใจ

สุดท้ายป้าก็ตกลงในราคา 600 จ่ายครั้งเดียว ผมก็นั่งอุดฟันให้จนเสร็จ

"ป้าเอาใบสั่งยาไปจ่ายเงินที่ห้องการเงิน แล้วกลับมารับบัตรทอง" ผมบอกป้า

ป้าก็เดินออกไป ไม่รู้อะไรดลใจผู้ช่วยผม เดินตามป้าออกไป เห็นป้าเดินเข้าห้องน้ำแล้วก็เดินกลับมาที่ห้องฟันจะเอาบัตรทองผู้ช่วยเลยบอกให้ไปจ่ายเงินก่อน

"เกือบเสร็จป้าแล้วไม๊ล่ะ"

ป้าเดินเอาใบเสร็จมาแลกบัตรทองพร้อมกับ"รอยยิ้มที่เห็นฟันหน้าล่าง" แล้วก็เดินจากไป

ป้าทำให้บ่ายที่แสนจะ "ธรรมดา" "พิเศษ" ขึ้นมาได้

ทำงานเป็นทันตแพทย์ที่โรงพยาบาลชุมชนแห่งนี้มาจะครบปีในเดือนเมษายนนี้แล้ว

วันแรกที่มาเป็นอย่างไร หลายๆอย่างก็ยังเป็นอย่างนั้น ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือว่าเสียใจกันแน่ ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือว่าโชคร้าย

สิ่งดีๆที่โรงพยาบาลนี้มีให้คือ ให้บ้านอยู่คนเดียวไม่ต้องแบ่งกับใคร คนไข้ไม่เยอะ(น้อยเลยหล่ะถ้าเทียบกับที่อื่น) พี่ๆน้องๆในฝ่ายเป็นมิตรอยู่กันฉันท์พี่น้อง

อีกด้านหนึ่งละ ระบบงานต่างๆยังหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม ปัญหาเดิมๆในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ปีนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น เรื่องเดิมๆที่วางแผนแก้ไขกัน ตอนนี้ก็ยังคงเป็นแค่แผนอยู่ในกระดาษ อาจจะเพราะภาวะผู้นำของผู้นำในโรงพยาบาลไม่ดีพอก็ว่าได้

หรือจะว่าภาวะผู้นำของตัวเราเองไม่ดีก็พูดได้เหมือนกัน เคยอ่านหนังสือเรื่อง THE 360 LEADER ของ JOHN C MAXWELL หนังสือว่าไว้ว่าตำแหน่งของคนส่วนใหญ่อยู่ระดับกลางองค์กร เราต้องสามารถนำองค์กรจากตำแหน่งกลางองค์กรได้ ตำแหน่งนี้คือตำแหน่งที่นำคนได้ทั้ง 360 องศารอบตัว

บ้างครั้งเบื่อ บ้างครั้งเหนื่อย บ้างครั้งท้อ

แต่.........

โลกใบเดิมยังหมุน นาฬิกาเรือนเดิมยังมีเสียง ติ๊ก.....ต๊อก......ติ๊ก......ต๊อก

แล้วเราจะหยุดเดินได้อย่างไร

วันนี้ผ่าฟันคุดคนไข้แทนที่จะได้ออกมาเป็นฟันคุดมาดูกันว่าได้อะไรออกมา

film x-ray

รูปในปาก

ก้อนที่ผ่าออกมาได้

ส่วนฟันคุดเอาไม่ออกนะ ลึกมากๆ กลัวกระดูกขากรรไกรคนไข้จะหักซะก่อน


edit @ 2007/02/21 20:25:36